| Eeee--ERNG--ggg...'s profile(¯`°.•°•.★*My Life...My ...PhotosBlogLists | Help |
(¯`°.•°•.★*My Life...My Path*★ .•°•.°´¯).::I did it MY Way::. |
||||
...ห่างหายจากพื้นที่ตรงนี้ไปนานมาก จนเกือบลืมไปแล้ว ว่ายังมีที่ว่างเล็กๆบนโลกไซเบอร์ที่กว้างใหญ่ หลังจากที่ทุกอย่างในชีวิตเกือบจะกลายเป็นของสาธารณะไปหมดแล้ว ก็หวังว่าคงจะมีที่นี่แหละนะ ที่ยัง "ส่วนตัว" มากพอที่จะให้เราได้กรีดร้องตะโกน เกลือกกลิ้งได้บ้าง อยากจะบอกว่า เหนื่อยและเบื่อ... ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากใช้ชีวิตตามปกติเหมือนมนุษย์ทำงานเดินดินกินข้าวแกงทั่วไปนี่แหละ แต่มันทั้งเหนื่อยและเบื่ออย่างบอกไม่ถูก หลังจากว่างเว้นจากอินเตอร์เนตมาเกือบสองอาทิตย์...ตอนนั้น กลับเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก การได้ตัดตัวเองออกจากโลกไซเบอร์ แล้วก็ใช้ชีวิตในวิถีทางที่ต่างออกไป อาจจะไม่ได้ต่างออกไปมาก...แต่มันก็มีอิสระบางอย่างที่น่าหลงใหล แล้วทำไมชั้นต้องหมกตัวอยู่กับโลกไซเบอร์ ทำอะไรซ้ำเดิมทุกวันๆ ห่วงเรื่องที่ไม่ควรห่วง กังวลเรื่องที่ไม่ควรกังวล สนใจเรื่องที่ไม่ควรสนใจ น่าเบื่อจริงๆ - -" ในเมื่อตอนนี้เรารู้แล้วว่า "คนอื่น" อยู่กันได้ และ "โลก" ก็เป็นไปอย่างที่มันเป็นไปทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องมีเรา อยากถอยออกมาแล้ว....จะได้มั้ย??? อยากบอกว่า.... พี่ขอโทษ........ ขอโทษใครบ้าง..."บางคน" อาจจะรู้ดี ในขณะที่ "บางคน" ไม่เคยแม้แต่จะสนใจ แต่...ก็...."ขอโทษนะ" ขอโทษที่ "รัก" ไม่มากพอที่จะทำอะไรแบบนี้ต่อไป ขอโทษที่จริงๆแล้ว "น้อง" ก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นๆทั้งหลาย...สำหรับพี่ เป็นแค่ความวูบไหว ที่ดูเหมือนจะยาวนานกว่าคนอื่น จริงจังกว่าคนอื่น...แต่ลงท้ายแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น ขอโทษ...ที่จริงจังไม่พอ... ขอโทษ....ที่ไม่ได้รักน้องจริง.... If...Destiny...จำไม่ได้ว่าเรื่องทั้งหมด เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่..หรือว่าเหตุการณ์ไหนทำให้เราอยู่ใน "ภาวะเหนื่อยใจ" อย่างที่เป็นอยู่ เมื่อวานนี้ ที่ได้คุยกับเพื่อนๆที่เฝ้ามองเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยกัน เมื่อวันก่อน ที่จำต้องทำใจให้ยอมรับความจริงเป็นครั้งแรก หลังจากที่ปฏิเสธที่จะรับรู้มานาน เมื่อเดือนก่อน ที่บ่นว่านอย และพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ "ความอิจฉา" เล่นๆ โดยที่ไม่ยอมรับกับตัวเองว่ามันคือ "ความกลัว" หรือว่าจริงๆแล้วมันคือความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าคนที่ "รัก" ทั้งสองคน เป็นคนพิเศษของกันและกัน
ครั้งแรกที่รู้ และปฏิเสธตัวเองว่า ไม่จริง ไม่ใช่ มันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ เรื่องโปรโมทเท่านั้น จริงหรือ?.. หรือจริงๆแล้ว ความขุ่นข้องที่เกิดจากความกลัวได้ฝังอยู่ในใจเรานับตั้งแต่ตอนนั้น แต่เราไม่ยอมรับรู้จนกระทั่งมันหยั่งรากลึกและผลิดอกออกใบจนกลายเป็นต้นไม้ ที่สร้างความหวั่นเกรงอันแสนจะรบกวนจิตใจได้อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น..จนบัดนี้ ต้นไม้ชั่วร้ายนั้นเติบโตเต็มที่ จนเราเองไม่สามารถจะถอนมันออกไปจากใจได้แล้ว ความกลัว..ที่เกิดขึ้นเพราะมองออกตั้งแต่ครั้งแรกว่าทางเดินของคนทั้งสอง เป็นเหมือนเส้นขนาน..ที่เดินเคียงคู่กันกันตลอดเวลา แต่ไม่มีทางจะได้มาบรรจบเป็นเส้นเดียวกัน ถ้าคนอย่างเรา "รู้" คนที่เลือกทางเดินนั้นเองก็ต้อง "รู้ดี" มากกว่าเรา อย่างนั้นใช่มั้ย? ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ยังเลือกที่จะเดิน เลือกที่จะก้าวลงไปสู่เส้นทางที่แสนหวานในตอนแรก โดยไม่สนใจว่าต่อไปความหวานนั้นจะกลายเป็นความขมขื่นและอาบด้วยรอยน้ำตา ทำไม? เพราะอะไรคนที่มี "หัวใจเย็นชา" ราวกับภูเขาน้ำแข็งถึงหลอมละลายได้เพียงเพราะ "คนต่างถิ่น" เพียงคนเดียวที่ก้าวเข้ามาในชีวิต เพราะอะไร คนที่ไม่เคยแคร์ใคร คนที่ดูเหมือนจะแข็งแสนแข็งถึงยอมทุกอย่าง ทิ้งทุกอย่างได้เพื่อคนอีกคน "คนที่ตัวเองรัก"? น่าขำ..ท่าทางห่อเหี่ยวเหมือนดอกทานตะวันไร้ดวงอาทิตย์ที่สดใสขึ้นทันที่เหมือนดอกไม้ได้น้ำ..ทุกครั้งที่คนคนนั้นเดินเข้ามา น่าขำ..คนที่ปากบอกว่า "นายมันน่ารำคาญที่สุด" แต่สายตาแสดงออกถึงความรักอย่างปิดไม่มิด น่าขำ..ที่คนสองคนพร้อมใจกันเลือกเส้นทางแห่งความสุขเพียงชั่วแล่น แล้วต้องแลกกับความทรมานที่ยาวนานในอนาคต คนหนึ่งอาจจะเจ็บปวด เมื่อต้องจากคนที่รัก แต่ก็ยังมีอนาคตที่สดใสและดีงามรออยู่ ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งให้อยู่กับความทรงจำ โดยที่ไม่รู้ว่าจะสามารถลุกขึ้นเดินต่อไปได้อีกหรือไม่ เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว..ดอกทานตะวันจะอยู่ได้อย่างไร?
ต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ ดอกทานตะวันจึงจะแข็งแรงพอที่จะหันหลังให้ดวงอาทิตย์ได้ตลอดกาล..?
ครั้งหนึ่ง..ในเอนทรี่ล่างๆ เคยอัพไว้ลางๆ เป็นเหมือนฝนตั้งเค้าในความรู้สึก มาตอนนี้ "ฝน" ที่ "ตั้งเค้า" มานาน เริ่มจะโปรยละอองแห่งความยุ่งยากลงมาสู่น้องแล้ว.. ดวงอาทิตย์จะดับแสงไปเพราะเมฆฝนมืดมัวมาบดบัง ในขณะที่ดอกทานตะวันจะถูกทิ้งให้ยืนต้นท่ามกลางพายุฝนอย่างเดียวดาย.. ฝนซาฟ้าใส..ใครๆบอกไว้อย่างนั้น เมื่อฝนหยุด เมื่อเมฆหมอกแห่งความยุ่งยากหายไป ดวงอาทิตย์จะส่องแสงอีกครั้ง.. แต่.. อาจไม่ได้ส่องแสงให้ดอกทานตะว้ันดอกเดิม..
ถ้าเราไม่ใช่พรหมลิขิต เราก็จะไม่ได้อยู่คู่กัน แต่ถ้าเราคือพรหมลิขิต เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน.. น้องรู้ใช่มั้ยว่า "บางอย่าง" อยู่คู่กันได้ โดยไม่ต้องอยู่ "ด้วยกัน"
หัวใจผมด้านชาไปแล้ว.. ขอให้หัวใจดวงนั้นด้านชา อย่ารู้เจ็บรู้ปวดอีกเลย ควรจะดีใจ (มั้ย?) ที่รู้ว่าไม่มีน้ำตา ที่รู้ว่าไม่ร้องไห้ ที่รู้ว่ายังดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข(?) ทั้งๆที่ครึ่งหนึ่ง..หรือจริงๆคือทั้งหมดของชีวิต..กำลังจะจากไป ขอให้การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ขอให้เลือก และเผชิยหน้ากับทางเลือกนั้นอย่างกล้าหาญ มั่นคง
ขอให้ดอกทานตะวันยังยิ้มได้ แม้ดวงอาทิตย์จะต้องจากไปก็ตาม.. 만약에 - 태연manyage -if - Hong Gil Dong OST 태연 - 만약에 (If)
넌 어떻게 생각할까 용기 낼 수 없고
만약에 니가 간다면 니가 떠나간다면
널 어떻게 보내야할지 자꾸 겁이 나는걸
내가 바보같아서 바라볼 수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도 모를 니 마음과 또 그래서 더 멀어질 사이가 될까봐
정말 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
만남뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
만약에 니가 온다면 니가 다가온다면
난 어떻게 해야만 할지 정말 알수 없는걸
내가 바보같아서 바라볼 수 밖에만 없는건 아마도
외면 할지도 모를 니 마음과 또 그래서 더 멀어질 사이가 될까봐
정말 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
내가 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
만남 뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
If i were to go
If i were to leave you
What would you think?
I don’t have the courage.
If you were to go,
If you were to leave.
I don’t know how to send you away
It keeps hanging on my mind
I know i am a fool and can only watch you from afar
Your heart may look away from me…
And so we could even become strangers
Just like a fool i can’t even say that i love you because …
We’re afraid the wait that comes upon us
After we meet will be painful and sad.
If you were to come
To come near me.
What would i do ?
I really don’t know
Because im like a fool.
Even though i know looking is all i can do
Your heart may look away from me
And so we could even become strangers
Just like a fool i can’t even say that i love you because….
We’re afraid the wait that comes upon us
After we meet will be painful and sad
Because i’m like a fool
Even though i can’t say i love you
We’re afraid the wait that comes upon us
After we meet will be painful and sad.
ไม่เข้าใจทำไม?
มีอะไร?
เกิดอะไรขึ้น?
ไม่รู้เว้ย!!! งง _*_
ความรู้สึกที่แปลกไป..สถานการณ์ตึงเครียด
เรื่องภายในที่ไม่สามารถแซกแทรกได้..
มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น..ไม่รู้
รุนแรงแค่ไหน..ไม่รู้
จะจบยังไง..ไม่รู้
รู้แค่ว่า..
เชื่อนะ ว่าน้องจะไม่เป็นไร..น้องจะผ่านมันไปได้ในที่สุด
และทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิม
น้องเคยผ่านอะไรมาเยอะกว่านี้หลายเท่า ตอนนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดของน้องถ้าเทียบกับเมื่อก่อน
ตอนที่น้องยังต้องต่อสู้ ดิ้นรน ฝ่าฟัน กับความไม่มั่นคงในหลายๆด้าน
ตอนนี้..น้องมีเส้นทางที่ให้เดินอย่างสดใส มีอนาคตที่ดีและกว้างไกลรออยู่ข้างหน้า
น้องกำลังจะเดินเข้าใกล้เส้นทางของความสำเร็จมากกว่าที่ผ่านมา
บางสิ่ง บางอย่างที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมาดูมากมาย..
มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง (ที่ชั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร)
แต่หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้น และความเปลี่ยนแปลงนั้น
มันจะเป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำ และเป็นพลังให้น้องสู้ต่อไป..
วันนึงข้างหน้า เมื่อน้องผ่านพ้นทุกอย่างในวันนี้ไปได้..
หวังว่ามันจะทำให้น้องรักกันมากกว่าเดิม
อา..
ช่วงนี้จิตป่วงๆ
เพราะงั้นก็จะอัพแบบป่วงๆตามสภาพจิต
อย่ามายุ่งกะสเปซและเอนทรี่ของชั้น!!!! Fino ของผม...เป็นเครื่องดนตรี^^กำลังจะไปล้างจานตอนได้ยินเสียง "ฟีโน่ของผม เป็นเครื่องดนตรี"
เกิดอาการตัวแข็งทันใด เหมือนเล่นแปะแข็งตอนเด็กๆ ค้างอยู่ที่ที่กำลังลุกจากเก้าอี้อยู่ 17 วิ.
หันไปกรีดร้องกะแม่ที่ยืนค้างพอกัน 5555555555++
รู้สึกเหมือนถูกรางวัลอะไรซักอย่าง แบบเหมือนนั่งๆอยู่ในงานประกาศรางวัลแล้วก็มีคนเรียกชื่อ....ขนาดนั้น ก๊ากกกกกกกกก
ได้ข่าวว่าแกกะลังนอยเค้าอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วจะตื่นเต้นทำเพื่อ????
ดูในเว็ปมากี่ครั้งแล้ว??? แต่ก็อดไม่ได้
อารมณ์มันต่างกัน^____^
ฟีโน่จงเจริญ....
ประสาท _-_"""""
นอย _*_...แค่นั้นWARNING!!! เอนทรี่นี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ อยากอ่านก็อ่านไปแต่ไม่ต้องถามกลับว่าเป็นอะไร ใครทำให้คนเขียนนอยได้ขนาดนี้ ใครหลงเข้ามาก็อย่าคาดหวังอะไรกับเอนทรี่นี้มาก เพราะมันไม่มีอะไรให้คาดหวังเลย...เหอะๆๆๆๆ
แค่ความนอยของคนตามหัวข้อ = =
จะนอยทำไมวะ คนสองคนที่ชั้นรักมันรักกันเท่านั้นเอง
แล้วมันจะทำอะไรกัน จะรักกันแบบไหน มันเกี่ยวกะชั้นตรงไหนวะเนี่ย????
คิดไปคิดมาก็ได้คำตอบแบบนอยๆว่า มันเกี่ยวตรงความรู้สึกชั้นนี่ไง _*_
ตาป๋า...ชั้นเคยชอบแกมากเลยนะ แต่ตอนนี้ชั้นชักจะเกลียดแกแล้วเนี่ย
คิมฮี...........เฮ้อออออออออออออออออออออ คิมฮี..........................พูดไม่ออก = =
ความนอยของคนเราทำให้ไม่ไปงาน Fino Fes แค่เพราะไม่อยากเห็นหน้าคนบางคน เพราะความอิจฉาปนกะความหมั่นไส้ขึ้นสมอง _*_
ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองประสาทขึ้นทุกที 555555555555555+++
รักกันนักใช่มั้ย แต่งงานกันไปเลยไป....ชั้นยุให้ก็ได้ ยุในสิ่งที่แกทำไม่ได้ และไม่มีทางจะทำได้ในชีวิตนี้ไม่ว่าแกจะรักกันมากแค่ไหนก็ตาม
เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
มันเจ็บนะ เมื่อคิดไปถึงตรงนั้น เมื่อคิดว่า "ถ้า" มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
"ถ้า" ทั้งสองคน "คิด" แบบนั้นจริงๆ
มันจะเจ็บแค่ไหน?
ชั้นพยายามไม่คิด พยายามมองทุกอย่างที่แกทำเป็นแค่ "การโปรโมท" เป็น "มิตรภาพ" ชั้นพยายามที่จะไม่มองความสัมพันธ์ของแกในแง่ของ "ความเป็นจริง"
แต่ดูเหมือนว่าแกทั้งสองจะทำให้มันเกินขีดจำกัดไปมาก.......มากไปแล้ว
โอเค ชั้นรักฮันชอล ชั้นเชียร์ฮันชอล...แต่ไม่ใช่ลักษณะที่เป็น "ความจริง"
ขอร้องได้มั้ย อย่าทำให้มันเป็น "เรื่องจริง"
ให้มันเป็นแค่จินตนาการและความเพ้อคลั่งของชั้นและคนอื่นๆเท่านั้น
เพราะชั้นยังคาดหวังที่จะเห็น "น้อง" ทั้งสองคนมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบต่อไปในอนาคต เป็นคุณพ่อที่ดีของลูก เป็นคุณปู่และคุณตาที่ดีของหลานๆ
ชั้นอยากให้ทั้งสองคนมีครอบครัวที่ดีและมีอนาคตที่ดี "ด้วยกัน"
แต่ไม่ใช่ "ร่วมกัน"
ปล.1 ใครที่รู้เรื่อง แล้วจะบอกว่าอีนี่บ้าไปเอง คิดมากเวอร์ๆ จริงจังไปรึเปล่า?...................สาธุค่ะ ขอให้เป็นแค่ความคิดมากเท่านั้นจริงๆ ชั้นจะดีใจมากถ้าทุกอย่างที่ชั้นคิดและเขียนในนี้เป็นแค่ความคิดมากและฟุ้งซ่านของตัวเอง เหอะๆๆ
ปล.2 อ่านจบแล้วก็แล้วกันนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ....ถึงนี่จะเป็นออนไลน์ไดอารีที่แสนเปิดเผยบนอินเตอร์เนต แต่คนเขียนก็ยังต้องการความเป็น privacy อยู่นะ ไม่ต้องคอมเม้นท์ ไม่ต้องวิจารณ์ เจอหน้าไม่ต้องถาม เพราะไม่มีคำตอบให้ค่ะ
|
||||
|
|