Eeee--ERNG--ggg...'s profile(¯`°.•°•.★*My Life...My ...PhotosBlogLists Tools Help

(¯`°.•°•.★*My Life...My Path*★ .•°•.°´¯)

.::I did it MY Way::.

Malaysia 2009

 

Eeee--ERNG--gggG -

July 31  
Photo 1 of 30
More albums (69)

Windows Media Player

...

ห่างหายจากพื้นที่ตรงนี้ไปนานมาก จนเกือบลืมไปแล้ว ว่ายังมีที่ว่างเล็กๆบนโลกไซเบอร์ที่กว้างใหญ่ 

หลังจากที่ทุกอย่างในชีวิตเกือบจะกลายเป็นของสาธารณะไปหมดแล้ว ก็หวังว่าคงจะมีที่นี่แหละนะ ที่ยัง "ส่วนตัว" มากพอที่จะให้เราได้กรีดร้องตะโกน เกลือกกลิ้งได้บ้าง

อยากจะบอกว่า เหนื่อยและเบื่อ...

ทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย นอกจากใช้ชีวิตตามปกติเหมือนมนุษย์ทำงานเดินดินกินข้าวแกงทั่วไปนี่แหละ

แต่มันทั้งเหนื่อยและเบื่ออย่างบอกไม่ถูก

หลังจากว่างเว้นจากอินเตอร์เนตมาเกือบสองอาทิตย์...ตอนนั้น กลับเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก

การได้ตัดตัวเองออกจากโลกไซเบอร์ แล้วก็ใช้ชีวิตในวิถีทางที่ต่างออกไป

อาจจะไม่ได้ต่างออกไปมาก...แต่มันก็มีอิสระบางอย่างที่น่าหลงใหล

แล้วทำไมชั้นต้องหมกตัวอยู่กับโลกไซเบอร์ ทำอะไรซ้ำเดิมทุกวันๆ

ห่วงเรื่องที่ไม่ควรห่วง กังวลเรื่องที่ไม่ควรกังวล สนใจเรื่องที่ไม่ควรสนใจ

น่าเบื่อจริงๆ - -"

ในเมื่อตอนนี้เรารู้แล้วว่า "คนอื่น" อยู่กันได้ และ "โลก" ก็เป็นไปอย่างที่มันเป็นไปทุกวันโดยไม่จำเป็นต้องมีเรา

อยากถอยออกมาแล้ว....จะได้มั้ย???



























อยากบอกว่า....

















































พี่ขอโทษ........


























































ขอโทษใครบ้าง..."บางคน" อาจจะรู้ดี ในขณะที่ "บางคน" ไม่เคยแม้แต่จะสนใจ






































แต่...ก็...."ขอโทษนะ"


























































ขอโทษที่ "รัก" ไม่มากพอที่จะทำอะไรแบบนี้ต่อไป

ขอโทษที่จริงๆแล้ว "น้อง" ก็ไม่ได้ต่างจากคนอื่นๆทั้งหลาย...สำหรับพี่

เป็นแค่ความวูบไหว ที่ดูเหมือนจะยาวนานกว่าคนอื่น จริงจังกว่าคนอื่น...แต่ลงท้ายแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากคนอื่น

ขอโทษ...ที่จริงจังไม่พอ...

















































































ขอโทษ....ที่ไม่ได้รักน้องจริง....

If...Destiny...

จำไม่ได้ว่าเรื่องทั้งหมด เริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไหร่..หรือว่าเหตุการณ์ไหนทำให้เราอยู่ใน "ภาวะเหนื่อยใจ" อย่างที่เป็นอยู่

เมื่อวานนี้ ที่ได้คุยกับเพื่อนๆที่เฝ้ามองเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยกัน

เมื่อวันก่อน ที่จำต้องทำใจให้ยอมรับความจริงเป็นครั้งแรก หลังจากที่ปฏิเสธที่จะรับรู้มานาน

เมื่อเดือนก่อน ที่บ่นว่านอย และพยายามบอกตัวเองว่ามันเป็นแค่ "ความอิจฉา" เล่นๆ โดยที่ไม่ยอมรับกับตัวเองว่ามันคือ "ความกลัว"

หรือว่าจริงๆแล้วมันคือความรู้สึกตั้งแต่ครั้งแรกที่รู้ว่าคนที่ "รัก" ทั้งสองคน เป็นคนพิเศษของกันและกัน

ครั้งแรกที่รู้ และปฏิเสธตัวเองว่า ไม่จริง ไม่ใช่ มันเป็นแค่เรื่องเล่นๆ เรื่องโปรโมทเท่านั้น
ความคิดแบบนั้นทำให้ที่ผ่านมาเรายังสามารถยิ้ม หัวเราะและชื่นชมไปกับ "ความสนิทสนม" ของคนทั้งคู่ได้ โดยที่ไม่มีความรู้สึกอื่นมาเจือปนให้ขุ่นใจ

จริงหรือ?..

หรือจริงๆแล้ว ความขุ่นข้องที่เกิดจากความกลัวได้ฝังอยู่ในใจเรานับตั้งแต่ตอนนั้น แต่เราไม่ยอมรับรู้จนกระทั่งมันหยั่งรากลึกและผลิดอกออกใบจนกลายเป็นต้นไม้ ที่สร้างความหวั่นเกรงอันแสนจะรบกวนจิตใจได้อย่างไม่รู้จบรู้สิ้น..จนบัดนี้ ต้นไม้ชั่วร้ายนั้นเติบโตเต็มที่ จนเราเองไม่สามารถจะถอนมันออกไปจากใจได้แล้ว

ความกลัว..ที่เกิดขึ้นเพราะมองออกตั้งแต่ครั้งแรกว่าทางเดินของคนทั้งสอง เป็นเหมือนเส้นขนาน..ที่เดินเคียงคู่กันกันตลอดเวลา แต่ไม่มีทางจะได้มาบรรจบเป็นเส้นเดียวกัน

ถ้าคนอย่างเรา "รู้" คนที่เลือกทางเดินนั้นเองก็ต้อง "รู้ดี" มากกว่าเรา อย่างนั้นใช่มั้ย?

ทั้งๆที่รู้ แต่ก็ยังเลือกที่จะเดิน เลือกที่จะก้าวลงไปสู่เส้นทางที่แสนหวานในตอนแรก โดยไม่สนใจว่าต่อไปความหวานนั้นจะกลายเป็นความขมขื่นและอาบด้วยรอยน้ำตา

ทำไม? เพราะอะไรคนที่มี "หัวใจเย็นชา" ราวกับภูเขาน้ำแข็งถึงหลอมละลายได้เพียงเพราะ "คนต่างถิ่น" เพียงคนเดียวที่ก้าวเข้ามาในชีวิต

เพราะอะไร คนที่ไม่เคยแคร์ใคร คนที่ดูเหมือนจะแข็งแสนแข็งถึงยอมทุกอย่าง ทิ้งทุกอย่างได้เพื่อคนอีกคน

"คนที่ตัวเองรัก"?

น่าขำ..ท่าทางห่อเหี่ยวเหมือนดอกทานตะวันไร้ดวงอาทิตย์ที่สดใสขึ้นทันที่เหมือนดอกไม้ได้น้ำ..ทุกครั้งที่คนคนนั้นเดินเข้ามา

น่าขำ..คนที่ปากบอกว่า "นายมันน่ารำคาญที่สุด" แต่สายตาแสดงออกถึงความรักอย่างปิดไม่มิด

น่าขำ..ที่คนสองคนพร้อมใจกันเลือกเส้นทางแห่งความสุขเพียงชั่วแล่น แล้วต้องแลกกับความทรมานที่ยาวนานในอนาคต

คนหนึ่งอาจจะเจ็บปวด เมื่อต้องจากคนที่รัก แต่ก็ยังมีอนาคตที่สดใสและดีงามรออยู่

ในขณะที่อีกคนหนึ่งจะถูกทิ้งให้อยู่กับความทรงจำ โดยที่ไม่รู้ว่าจะสามารถลุกขึ้นเดินต่อไปได้อีกหรือไม่

เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว..ดอกทานตะวันจะอยู่ได้อย่างไร?

ต้องใช้เวลาอีกเท่าไหร่ ดอกทานตะวันจึงจะแข็งแรงพอที่จะหันหลังให้ดวงอาทิตย์ได้ตลอดกาล..?

ครั้งหนึ่ง..ในเอนทรี่ล่างๆ เคยอัพไว้ลางๆ เป็นเหมือนฝนตั้งเค้าในความรู้สึก มาตอนนี้ "ฝน" ที่ "ตั้งเค้า" มานาน เริ่มจะโปรยละอองแห่งความยุ่งยากลงมาสู่น้องแล้ว..

ดวงอาทิตย์จะดับแสงไปเพราะเมฆฝนมืดมัวมาบดบัง ในขณะที่ดอกทานตะวันจะถูกทิ้งให้ยืนต้นท่ามกลางพายุฝนอย่างเดียวดาย..

ฝนซาฟ้าใส..ใครๆบอกไว้อย่างนั้น เมื่อฝนหยุด เมื่อเมฆหมอกแห่งความยุ่งยากหายไป ดวงอาทิตย์จะส่องแสงอีกครั้ง..

แต่..

อาจไม่ได้ส่องแสงให้ดอกทานตะว้ันดอกเดิม..


ถ้าเราไม่ใช่พรหมลิขิต เราก็จะไม่ได้อยู่คู่กัน แต่ถ้าเราคือพรหมลิขิต เราก็จะได้อยู่ด้วยกัน..

น้องรู้ใช่มั้ยว่า "บางอย่าง" อยู่คู่กันได้ โดยไม่ต้องอยู่ "ด้วยกัน"

 

หัวใจผมด้านชาไปแล้ว..

ขอให้หัวใจดวงนั้นด้านชา อย่ารู้เจ็บรู้ปวดอีกเลย

ควรจะดีใจ (มั้ย?) ที่รู้ว่าไม่มีน้ำตา ที่รู้ว่าไม่ร้องไห้ ที่รู้ว่ายังดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข(?) ทั้งๆที่ครึ่งหนึ่ง..หรือจริงๆคือทั้งหมดของชีวิต..กำลังจะจากไป

ขอให้การต่อสู้ครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ขอให้เลือก และเผชิยหน้ากับทางเลือกนั้นอย่างกล้าหาญ มั่นคง

ขอให้ดอกทานตะวันยังยิ้มได้ แม้ดวงอาทิตย์จะต้องจากไปก็ตาม..

    

만약에 - 태연manyage -if - Hong Gil Dong OST

태연 - 만약에 (If)


만약에
내가 간다면 내가 다가간다면
มันหยักเก แนกา คันตามยอน ดากาคันดามยอน

어떻게 생각할까 용기 없고
นอน ออตอดเค แซงกักฮัลกา ยงกี แนล ซู ออบโก

만약에 니가 간다면 니가 떠나간다면
มันหยักเก นีกา คันดามยอน นีกา ตอนาคันดามยอน

어떻게 보내야할지 자꾸 겁이 나는걸
นอล ออตอดเค โพแนยาฮัลจิ ชากู กอบี นานึน กอล

내가 바보같아서 바라볼 밖에만 없는건 아마도
แนกา พาโบกัททาซอ พาราโพล ซู พักเกมัน ออบนึนกอน อามาโด

외면 할지도 모를 마음과 그래서 멀어질 사이가 될까봐
วีมยอน ฮัลจิโด โมรึล นี มาอึมกวา โต คือแรซอ ตอ มัลรอชิล ซาอีกา ดเวลกาบวา

정말 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
ชองมัล พาโบกัททาซอ ซารังฮันตาฮาจิ หมดทานึนกอน อามาโด

만남뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
มันนัมทวีเอ คิตารินึน อาพึมเม ซึลพึน นานัลดึลรี ทูรยอวอซออินกาบวา

만약에 니가 온다면 니가 다가온다면
มันหยักเก นีกา โอนดามยอน นีกา ดากาโอนดามยอน

어떻게 해야만 할지 정말 알수 없는걸
นัน ออตอดเค แฮยามัน ฮัลจิ ชองมัล อัลซู ออบนึนกอล

내가 바보같아서 바라볼 밖에만 없는건 아마도
แนกา พาโบกัททาซอ พาราโพล ซู พักเกมัน ออบนึน อามาโด

외면 할지도 모를 마음과 그래서 멀어질 사이가 될까봐
วีมยอน ฮัลจิโด โมรึล นี มาอึมกวา โต คือแรซอ ตอ มีลรอชิล ซาอีกา ดเวลกาบวา

정말 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
ชองมัล พาโบกัททาซอ ซารังฮันดาฮาจิ หมดทานึนกอน อามาโด

만남 뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
มันนัม ทวีเอ คิตารินึน อาพึมเม ซึลพึน นานัลดึลรี ทูรยอวอซออินกาบวา

내가 바보같아서 사랑한다하지 못하는건 아마도
แนกา พาโบกัททาซอ ซารังฮันดาฮาจิ หมดทานึนกอน อามาโด

만남 뒤에 기다리는 아픔에 슬픈 나날들이 두려워서인가봐
มันนัม ทวีเอ คิตารินึน อาพึมเม ซึลพึน นานัลดึลรี ทูรยอวอซออินกาบวา

If i were to go

If i were to leave you

What would you think?

I don’t have the courage.

If you were to go,

If you were to leave.

I don’t know how to send you away

It keeps hanging on my mind

I know i am a fool and can only watch you from afar

Your heart may look away from me…

And so we could even become strangers

Just like a fool i can’t even say that i love you because …

We’re afraid the wait that comes upon us

After we meet will be painful and sad.

If you were to come

To come near me.

What would i do ?

I really don’t know

Because im like a fool.

Even though i know looking is all i can do

Your heart may look away from me

And so we could even become strangers

Just like a fool i can’t even say that i love you because….

We’re afraid the wait that comes upon us

After we meet will be painful and sad

Because i’m like a fool

Even though i can’t say i love you

We’re afraid the wait that comes upon us

After we meet will be painful and sad.


translator: jihaeshi & di_jb



ไม่เข้าใจ

ทำไม?
 
มีอะไร?
 
เกิดอะไรขึ้น?
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ไม่รู้เว้ย!!! งง _*_
 
 
ความรู้สึกที่แปลกไป..สถานการณ์ตึงเครียด
 
เรื่องภายในที่ไม่สามารถแซกแทรกได้..
 
 
 
มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น..ไม่รู้
รุนแรงแค่ไหน..ไม่รู้
จะจบยังไง..ไม่รู้
 
 
 
 
 
 
 
 
รู้แค่ว่า..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เชื่อนะ ว่าน้องจะไม่เป็นไร..น้องจะผ่านมันไปได้ในที่สุด
 
และทุกอย่างจะกลับมาดีเหมือนเดิม
 
น้องเคยผ่านอะไรมาเยอะกว่านี้หลายเท่า ตอนนี้เป็นช่วงที่ดีที่สุดของน้องถ้าเทียบกับเมื่อก่อน
ตอนที่น้องยังต้องต่อสู้ ดิ้นรน ฝ่าฟัน กับความไม่มั่นคงในหลายๆด้าน
 
ตอนนี้..น้องมีเส้นทางที่ให้เดินอย่างสดใส มีอนาคตที่ดีและกว้างไกลรออยู่ข้างหน้า
น้องกำลังจะเดินเข้าใกล้เส้นทางของความสำเร็จมากกว่าที่ผ่านมา
 
บางสิ่ง บางอย่างที่เกิดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมาดูมากมาย..
มากพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง (ที่ชั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร)
 
แต่หวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้น และความเปลี่ยนแปลงนั้น
มันจะเป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำ และเป็นพลังให้น้องสู้ต่อไป..
 
 
 
 
 
วันนึงข้างหน้า เมื่อน้องผ่านพ้นทุกอย่างในวันนี้ไปได้..
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หวังว่ามันจะทำให้น้องรักกันมากกว่าเดิม
 
 
อา..
 
ช่วงนี้จิตป่วงๆ
 
เพราะงั้นก็จะอัพแบบป่วงๆตามสภาพจิต
 
อย่ามายุ่งกะสเปซและเอนทรี่ของชั้น!!!!

Fino ของผม...เป็นเครื่องดนตรี^^

กำลังจะไปล้างจานตอนได้ยินเสียง "ฟีโน่ของผม เป็นเครื่องดนตรี"
เกิดอาการตัวแข็งทันใด เหมือนเล่นแปะแข็งตอนเด็กๆ ค้างอยู่ที่ที่กำลังลุกจากเก้าอี้อยู่ 17 วิ.
 
หันไปกรีดร้องกะแม่ที่ยืนค้างพอกัน 5555555555++
 
รู้สึกเหมือนถูกรางวัลอะไรซักอย่าง แบบเหมือนนั่งๆอยู่ในงานประกาศรางวัลแล้วก็มีคนเรียกชื่อ....ขนาดนั้น ก๊ากกกกกกกกก
 
 
ได้ข่าวว่าแกกะลังนอยเค้าอยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วจะตื่นเต้นทำเพื่อ????
 
 
ดูในเว็ปมากี่ครั้งแล้ว??? แต่ก็อดไม่ได้
 
 
อารมณ์มันต่างกัน^____^
 
 
 
 
 
ฟีโน่จงเจริญ....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ประสาท _-_"""""
 

นอย _*_...แค่นั้น

WARNING!!! เอนทรี่นี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวล้วนๆ อยากอ่านก็อ่านไปแต่ไม่ต้องถามกลับว่าเป็นอะไร ใครทำให้คนเขียนนอยได้ขนาดนี้ ใครหลงเข้ามาก็อย่าคาดหวังอะไรกับเอนทรี่นี้มาก เพราะมันไม่มีอะไรให้คาดหวังเลย...เหอะๆๆๆๆ
 
แค่ความนอยของคนตามหัวข้อ = =
 
จะนอยทำไมวะ คนสองคนที่ชั้นรักมันรักกันเท่านั้นเอง
 
แล้วมันจะทำอะไรกัน จะรักกันแบบไหน มันเกี่ยวกะชั้นตรงไหนวะเนี่ย????
 
คิดไปคิดมาก็ได้คำตอบแบบนอยๆว่า มันเกี่ยวตรงความรู้สึกชั้นนี่ไง _*_
 
ตาป๋า...ชั้นเคยชอบแกมากเลยนะ แต่ตอนนี้ชั้นชักจะเกลียดแกแล้วเนี่ย
คิมฮี...........เฮ้อออออออออออออออออออออ คิมฮี..........................พูดไม่ออก = =
 
ความนอยของคนเราทำให้ไม่ไปงาน Fino Fes แค่เพราะไม่อยากเห็นหน้าคนบางคน เพราะความอิจฉาปนกะความหมั่นไส้ขึ้นสมอง _*_
 
ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองประสาทขึ้นทุกที 555555555555555+++
 
 
 
รักกันนักใช่มั้ย แต่งงานกันไปเลยไป....ชั้นยุให้ก็ได้ ยุในสิ่งที่แกทำไม่ได้ และไม่มีทางจะทำได้ในชีวิตนี้ไม่ว่าแกจะรักกันมากแค่ไหนก็ตาม
 
เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
มันเจ็บนะ เมื่อคิดไปถึงตรงนั้น เมื่อคิดว่า "ถ้า" มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
 
"ถ้า" ทั้งสองคน "คิด" แบบนั้นจริงๆ
 
 
มันจะเจ็บแค่ไหน?
 
 
ชั้นพยายามไม่คิด พยายามมองทุกอย่างที่แกทำเป็นแค่ "การโปรโมท" เป็น "มิตรภาพ" ชั้นพยายามที่จะไม่มองความสัมพันธ์ของแกในแง่ของ "ความเป็นจริง"
 
แต่ดูเหมือนว่าแกทั้งสองจะทำให้มันเกินขีดจำกัดไปมาก.......มากไปแล้ว
 
โอเค ชั้นรักฮันชอล ชั้นเชียร์ฮันชอล...แต่ไม่ใช่ลักษณะที่เป็น "ความจริง"
 
 
ขอร้องได้มั้ย อย่าทำให้มันเป็น "เรื่องจริง"
ให้มันเป็นแค่จินตนาการและความเพ้อคลั่งของชั้นและคนอื่นๆเท่านั้น
 
เพราะชั้นยังคาดหวังที่จะเห็น "น้อง" ทั้งสองคนมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบต่อไปในอนาคต เป็นคุณพ่อที่ดีของลูก เป็นคุณปู่และคุณตาที่ดีของหลานๆ
 
ชั้นอยากให้ทั้งสองคนมีครอบครัวที่ดีและมีอนาคตที่ดี "ด้วยกัน"
 
แต่ไม่ใช่ "ร่วมกัน"
 
 
 
 
ปล.1 ใครที่รู้เรื่อง แล้วจะบอกว่าอีนี่บ้าไปเอง คิดมากเวอร์ๆ จริงจังไปรึเปล่า?...................สาธุค่ะ ขอให้เป็นแค่ความคิดมากเท่านั้นจริงๆ ชั้นจะดีใจมากถ้าทุกอย่างที่ชั้นคิดและเขียนในนี้เป็นแค่ความคิดมากและฟุ้งซ่านของตัวเอง เหอะๆๆ
 
ปล.2 อ่านจบแล้วก็แล้วกันนะคะ ขอบคุณที่อ่านมาจนจบ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ....ถึงนี่จะเป็นออนไลน์ไดอารีที่แสนเปิดเผยบนอินเตอร์เนต แต่คนเขียนก็ยังต้องการความเป็น privacy อยู่นะ ไม่ต้องคอมเม้นท์ ไม่ต้องวิจารณ์ เจอหน้าไม่ต้องถาม เพราะไม่มีคำตอบให้ค่ะ